Tuesday, October 8, 2013

ตอนสุดท้าย แบกเป้เที่ยวฮ่องกง + มาเก๊า คนเดียว

บทความก่อนหน้านี้ ติดตามได้ตามลิงก็ข้างล่างค่ะ
ตอนที่ 3 วันแรกในมาเก๊า ตอนที่ 1/2
ตอนที่ 4 วันแรกในมาเก๊า 2/2
ตอนที่ 5 วันสุดท้ายในมาเก๊า
ตอนที่ 6 เที่ยวย่านเชิงวัน เกาลูนฮีสต์ และวัดวาอาราม
ตอนที่ 7 เที่ยวฮ่องกงย่านเชิงวัน, เกาลูนอีสต์ และวัดวาอาราม

วันนี้ตื่นแต่เช้าเพราะต้องนั่งเรือไปเที่ยวลัมมา(lamma) เป็นเกาะขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ใกล้กับเกาะฮ่องกงมากที่สุด ซึ่งนอกจากจะมีชายหาดที่เหมาะสำหรับการว่ายน้ำ, ตกเปลา และตั้งแคมป์แล้ว ก็ยังมีเส้นทางธรรมชาติเชื่อมระหว่างหยงเซวียวัน (Yung Shue Wan) และ ซอกควูวัน (Sok Kwu Wan)  พร้อมด้วยแผงลอยจำหน่ายอาหารทะเล, สมุนไพร และร้านอาหารทะเลแบบสดๆ ชาติอร่อยมากมาย เดินทางโดย จากเกาะฮ่องกง  MTR สถานีเซ็นทรัล (Central Station) แล้วนั่งเรือจากท่าเรือสตาร์เฟอร์รี่หมายเลข 4  ไปลงท่าเรือ Yung Shue Wan ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที ค่าเรือไป กลับ 12 HK$
ฝนตกตั้งแต่เช้า
เหตุผลง่ายๆ ที่เราตัดสินใจไปเที่ยวเกาะลัมมา เพราะเราชอบนั่งเรือ และอีกอย่างที่นี้น่าจะมีคนไม่เยอะเท่าไร(คิดเอง) เงียบสงบ มีธรรมชาติที่สวยงาม และไม่ไกลจากฮ่องกงเท่าไร เดินทางไปมาสะดวก
ท่าเรือ
ตอนที่เดินลงจากท่าเรือ คนเยอะมาก ส่วนมากน่าจะเป็นนักท่องเที่ยวเชื้อสายจีน จากการเดาทางหน้าตา พอถึงฝั่งแล้วนึกไม่ออกว่าจะไปทางไหนดี โชคดีที่เจอสัญญาลักษณ์ 
หลังจากเดินออกจากท่าเรือ เราก็เดินตามคนอื่น 5555 เขาไปไหนก็ไม่รู้ แต่โชคดีเจอป้ายนี้อยู่ทางซ้ายมือ แต่เดินเลยร้านค้าก่อนคะ จะเห็น เราก็เดินตามที่ป้ายบอกนั้นและคะ 
ร้านขายอาหารทะเลแห้ง มีหลากหลายชนิดมากค่ะ น่าจะคล้ายร้านแถวๆ วัดโพธิ์ ที่เข้าขายอาหารทะเลคะเหมือนร้านที่ขายอาหารทะเลทั่วไปของบ้านเราคะ
Yung Shue Wan Main Street หลังจากเรือเฟอร์รีมาจอดเทียบท่าเราจะพบกับถนนสายหลักชื่อว่าถนน หยงเซวียวัน (Yung Shue Wan) ซึ่งครั้งหนึ่งเป็นพื้นที่อพยพของประชาชนแต่ปัจจุบันที่นี่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน, ร้านอาหาร, ผับ, บาร์, ร้ายขายของฝาก และเกสต์เฮาส์ ฯลฯ มากมาย

จักรยานให้เช่า แต่เราไม่รู้หรอกว่าเท่าไร เพราะไม่ได้เช่าเลยไม่ถาม แตเห็นมีหลายคนเช่า ไอ้เราก็สงสารแต่คนปั่นเท่านั้นแหละ 5555 เหนื่อยน่าดูปั่นขึ้นลง คนนั่งสบายไป



หลังจากมาถึงท่าเรือ ก็เลี้ยขาวตามป้ายบอกข้างบนคะ ก็เจอวัดหยงเซวียวันทินเหา (Yung Shue Wan Tin Hau Temple)  ไม่ได้ระบุแน่ชัดว่าสร้างในปีใด แต่ในราวปี ค.ศ.1876
ได้มีการปรับปรุงซ่อมแซมโดยสามีภรรยาชาวตะวันตกคู่หนึ่ง ก่อนสร้างรูปปั้นสิงโตขนาดใหญ่ไว้ที่ประตูทางเข้า โดยชาวบ้านเชื่อกันว่าการได้ลูปหรือจับรูปปั้นสิงโตนี้จะทำให้ร่ำรวยเงินทอง
Hung Shirng  Yeh Beach
จากวัดทินเหาเมื่อเดินไปตามทางลัดเลาะผ่านถนนเส้นเล็กๆ บนเกาะที่มีค้นไม้และหญ้าปกคลุมอยู่สองข้างทางเราก็จะพบกับชายหาดฮุงชิงเย่ (Hung Shing Yeh Beach) ชายหาดน้ำใสที่ทอดตัวอยู่ข้างหน้า ซึ่งนักท่องเที่ยว(โดยเฉพาะเด็กวัยรุ่น) มักจะมาเล่นน้ำ, นั่งปิกนิก หรือไม่ก็แวะมากินอาหารทะเลตามร้านที่อยู่บริเวณนี้ หลังจากนั้นเราก็เดินไปเที่ยวอีกฝากหนึ่งของท่าเรือ
ทางผ่านก่อนถึง Sok Kwu Wan 
ขณะที่เรามาที่นี้ ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวชาวยุโรปเท่าไหร ส่วนมากน่าจะเป็นชาวจีน แต่ไม่รู้ว่าเป็นจีนมาจากไต้หวัน หรือ ประเทศจีน เดาไม่ออก และวันที่เรามา ไม่เห็นมีคนไทยสักคน :) รูปข้างบนเป็นสวนอีกฝากหนึ่งตอนออกจากท่าเรือ ทางขาวมือ สวนนี้กว้างสงบร่มรืน ถ้ามีเวลาและมีหนังสือสักเล่มสองเล่ม น่าจะเหมาะกับการนั่งอ่านบวกกับหลับ :) `เดินต่อดีกว่าเราเดียวค่ำเสียก่อน เดินไปสักพักก็เจอ Lo so Shing Beach
Lo So Shing Beach ครั้งหนึ่งเคยใช้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมท้องถิ่งในช่วงราชวงศ์ถังมาก่อน โดยชายหาดโลโซซิง นั้นกว้างยาวไม่แพ้ชายหาดฮุงซิงเย่เลย อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกคอยให้บริการนักท่องเที่ยวด้วย ในระหว่างทางที่จะไปถ้ำ ก็เห็นธรรมชาติสวยงามมากมาย

Kamikaze Grotto ระหว่างกลับมาที่เส้นทางหลักเพื่อเดินสู่ท่าเรือเฟอร์รี เราจะผ่านถ้ำที่ก้วาง 10 เมตร หลายสิบเมตร ซึ่งช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นเคยวางแผนจะใช้ถ้ำนี้เป็นที่หลบซ่อนเรือเร็วของเหล่าทหารกามิกาเซ เรืออโจมตีศัตรูทางน้ำ หลังยึดบริเวณซอกควูวัน เป็นที่มั่นของทหารเรือได้ ทว่าถ้ำนี้ก็สร้างไม่เสร็จ เพราะญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงครามเสียก่อน ที่นี้สวยดีเงียบสงบ อยู่สักพักก็เดินทางกลับ กลัวไม่ทันเรือรอบ สี่โมงครึ่ง และอีกอย่างจะไปดู A Symphony of Lights Multimedia Show ด้วย

ในที่สุดก็ถึงท่าเรือในฮ่องกง ปกติแล้วตั้งแต่เรามาเที่ยวฮ่องกง เรามานั่งที่ท่าเรือนี้เกือบทุกวัน เราชอบนั่งดูเรือ, ดูคนเดินไปมา สบายๆ

หอนาฬิกา
หอนาฬิกา(Clock Tower) แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1910 เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ประจำสถานีรถไฟเกาลูน (Kowloon Station) ขอบบริษัทรถไฟเกาลูน - กวางตุ้ง (KCR หรือ Kowloon-Canton Railway)  แต่เมื่อย้ายสถานีรถไฟไปอยู่ที่ฮุงฮอม (Hung Hom) ในปี ค.ศ.1970 หอนาฬิกาจึงถูกปล่อยทิ้งไว้ ก่อนจะกลายมาเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นประจำย่ายจิมชาจุ่ยในเวลาต่อมา ปัจจุบันหอนาฬิกาแห่งนี้จัดว่าเป็นมุมสุดฮิตที่ใครต่อใครต่างมานั่งเล่นกัน เดินทางโดย : MRT (Tsim Sha Tsui Station ) Exit E

A Symphony of Lights Multiedia Show


A Symphony of Lights Multimedia Show โชว์เด็ดที่ห้ามพลาดเมื่อมาเยือนฮ่องกง ซึ่งเจาจะใช้ตึกสูงกว่า 30 ตึกริมอ่าววิกตอเรีย (ทั้งฝั่งฮ่องกงและเกาลูน) ยิงแสงเลเซอร์ประกอบแสงสีเสียงสุดตระการตาตอบโต้กันตามจังหวะเสียงเพลง รับรองว่าหากได้มาเห็นล่ะก็จะต้องตื่นเต้นและประทับใจไปอีกนานแสนนาน ปัจจุบันเป็นโชว์ที่ได้รับการบันทึกลงในกินเนสส์ปุ๊กแล้ว

อาหารมือเย็น (ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร) แบบว่าเห็นรูปก็สั่งเลย :)

อย่างเดียวไม่พอ เลยสั่งอีกอย่าง รสชาติเผ็ด ข้มขนอร่อยคะ
เดินเล่นบริเวณนี้สักพักก็ไปกินข้าวกับเพื่อนๆ ซีเอส วันนี้นัดกินข้าวกันก่อนกลับ กรุงเทพฯ พรุ่งนี้ สนุกมากการเดินทางครั้งนี้

เดินทางไปเที่ยวหลายที่ ทั้งในตัวเมืองฮ่องกง และ เกาะลัมมา (Lamma ) ถือว่าคุ้มในที่สุดทริปฮ่องกงก็จบลงด้วยดี เจออะไรมากมาย ทั้งที่ประทับใจ และไม่ประทับใจบ้าง แต่ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดี เจอกันทริปหน้าคะ จุ๊ป จุ๊ป ^_^

No comments:

Post a Comment