บทความก่อนหน้านี้ ติดตามได้ตามลิงก็ข้างล่างค่ะ
วันนี้ตื่นเต้นที่สุด เป็นการเดินทางเที่ยวแดนคาสิโนคนเดียว เคยเห็นแต่ในหนัง วันนี้แหละจะเห็นจริง ๆ ลา ลา ปกติเราสามารถข้ามไปมาเก๊าได้ด้วยบริการเรือเฟอร์รี ซึ่งมีผู้ให้บริการอยู่ 3 เจ้าคือ เทอร์โบเจ๊ต(TurboJET), เฟิร์สเฟอร์รี (First Ferry) และ โคไทเจ็ต (Cotai Jet)
TurboJET : เฟอร์รีของเอร์โบเจ๊ตให้บริการอยู่ทีท่าเรือฮ่องกงมาเก๊าเฟอร์รี (Hong Kong Macau Ferry Terminal) ซึ่งตั้งอยู่ติด กับ MRT สถานีเชิงวัน (Sheung Wan) ฝั่งฮ่องกง โดยเรือจะใช้เวลาเดินทางไปประมาณ 55 นาที และส่งผู้โดยสารที่ท่าเรือมาเก๊า(Macau Maritime Terminal) บนเกาะมาเก๊า
First Ferry : เฟิร์สเฟอร์รีจะรับ ส่ง ผู้โยสารที่ท่าเรือฮ่องกงไซน่าเฟอร์รี่ (Hong Kong China Ferry Terminal) บริเวณย่านจิมซาจุ่ยฝั่งเกาลูนโดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 60-75 นาที และพาผู้โดยสารไปส่งที่ท่าเรือ Macau Maritime เช่นเดียวกับเฟอร์รีของเทอร์โบเจ๊ต
CotaiJet : เรือเฟอร์รี่ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะค่อนข้างใหม่และเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ที่สำคัญจุดลงเรือไทปา (Taipa Ferry Terminal) ยังห่างเดอะเวเนเซีย (The Venetian) คาสิโนชื่อดังของมาเก๊าเพียง 5 นาทีเท่านั้น โดยท่าเรือของโคไทเจ็ต (Cotai Jet) จะมี 2 แห่ง คือ HongKong Macau Ferry Terminal (ที่เดียวกับเทอร์โบเจ๊ต) และ Hong Kong China Ferry Terminal (ที่เดียวกับเฟิร์สเฟอร์รี)
เราเลือกนั่งของ TurboJET ค่าเรือไปมาเก๊า (Macau) 168 ดอลลาร์ฮ่องกง ชั้น Econ. Class ค่าเรือนี้เฉพาะวันจันทร์-อาทิตย์และวันหยุดอื่น วันอื่นค่าเรือก็อีกอัตราหนึ่งค่ะ ภายในเรือ หวังว่าจะเจอคนไทยสักคน แต่ไม่มี ^_^
หนึ่งชั่วโมงผ่านไปก็ถึงท่าเรือมาเก็า หลังจากนั้นก็เดินมาคนอื่นเข้าไปเรื่อย ๆ 5555 ไม่รู้จริงต้องเดินทางไปยังงัย ไม่มีข้อมูลเท่าไร แค่จะไปมาเก๊าได้ข้อมูลมาไม่แน่นเท่าไหร นอกนั้นตามเข้า ทำเรื่องผ่านด่าน ตม. ไม่มีข้อมูล ข้อนี้เหมือนกัน เข้าใจว่าแค่ไปเกาะหนึ่งทำไม่ต้องผ่านด่าน ตม. แล้วเขียนอะไรมากมาย ลืมคิดไปว่ามาเก๊าไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเกาะฮ่องกง หลังจากผ่านด่านต่างๆ เรียบร้อยแล้วก็นั่ง Taxi ไปที่พัก Ole London Hotel ครั้งแรกพี่ท่านฟังไม่ออก พูดอังกฤษไม่ได้ เราก็พยายาม และพูดหลายรอบ ท่านพี่ Taxi จึงเข้าใจ ไอ้เราภาษาอังกฤษ ก็ใช้ว่าจะดี 5555 แต่ก็ยังหวั่นอยู่พี่เข้าจะพาไปถูกที่ีั่ไหมในที่สุดก็มาถูก
ที่ตดสินใจพักที่นี้เพราะมีแหล่งท่องเที่ยวไกลที่นี้มากมาย สามารถเดินไปได้ เวลาเช็คอินของที่นี้เราต้องจ่ายค่ามัดจำห้องไว้ก่อน ตอนเช็คเอ้าเขาจะคืนให้ ค่ามัดจำห้องก็เท่ากับค่าห้อง ตอนที่เราพักค่าห้อง ประมาณ สองพันห้าร้อยบาท ไม่มีอาหารเช้า แตห้องสวยมี มีทุกอย่างครบ ทั้งเครื่องต้มน้ำร้อน โชคดีนำม่าม่า ที่ซื้อจากเกาะฮ่องกงมาด้วยพอถึงก็กินเลย ขอพักสักชั่วโมงแล้วค่อยไปเที่ยวต่อ
ป้ายรถเมล์ ระหว่างเดินทางไปไวัดอามา (A Ma Temple), มันเป็นความสุขอย่างบอกไม่ถูกเมื่อมาถึงที่นี้ แล้วมีแผ่นที่อันหนึ่งเดินไปเรื่อยๆ เปลี่อย เจอสิ่งมากมายแต่งต่างจากบ้านเรา และเกาะฮ่งอง มาเก๊าไม่อยู่ในความคิดที่จะมาเที่ยว เพราะจากที่เคยอ่านเขามักพูดถึง คาสิโน แต่เราไม่สนคาสิโน เราสนสิ่งสวยงามของบ้านเมืองนี้มากกว่า ประทับใจที่นี้ค่ะ เดินไปเรื่อยเปื่อย มองสิ่งสวยงามรอบๆ และ สะดุดตรงที่ป้ายรถเมล์เขาน่ารักดี เดี่ยวที่นี้เราไม่คิดจะใช้ แท๊กซี่เลย รถเมล์ก็เที่ยวได้อย่างสบาย แต่เดินเที่ยวดีกว่า ^_^ ไม่ใช่ประหยัดหรอก แต่เดินไปเรื่อยๆ ในที่แปลกหูแปลกตาก็มีความสุขดี ในภาพนี้จะเป็นป้ายรถเมล์ และ แฟรต
วัดอามา (A Ma Temple) วัดอามา คือวัดเก่าแก่ที่สุดและเก็บรักษาสิลปวัตถุเก่าแก่ซึ่งมีมูลค่ามหาศาลไว้มากมาย เป็นอาคารสถาปัตยกรรมที่คงอยู่มาได้ยาวนานที่สุดของมาเก๊า ในบริเวณวัดมีศาลซุ้มประตู (Gate Pavillion), หอเมตตาธรรม (Hall of Benevolence), ศาลเจ้าแม่กวนอิน (Hall of Guanyin) และศาลพระพทธ(ZhenJiao Chanlin) ฯลฯ เมื่อผู้ตั้งถิ่นฐานชาวโปรตุเกสรุ่นแรกมาถึงในศตวรรษที่ 16 และถามถึงชื่อเกาะก็ได้รับคำตอบว่า "อามาเกา" ซึ่งคือชื่อขงวัด ดังนั้นชาวโปรตุเกสจึงเรียกสถานที่นี้ว่า มาเก๊า
จัตุรัส บาร์รา (Barra Square) อยู่หน้าวัดอามา ตรงข้ามท่าเรือใน (Inner Harbour) บริเวณด้านหน้าประดับด้วยกระเบี้องโมเสกของโปรตุเกสที่ม่ีชื่อเสียง ใช้สีเหลืองหม่นและสีถ่านเป็นหลัก โดยจัดวางกระเบื้องเป็นลวดลายคล้ายคื่น สะท้อนการไหลของแม่น้ำที่อยู่ใกล้เคียง ก่อให้เกิดความรู้สึกถึงการหลังใหลของสายน้ำและให้บรรยากาศแบบริมทะเล
หลังจากนั่งอยู่ที่นี้สักพักก็เดินทางต่อจากวัดอามา แบบว่าเดินไปเรื่อยๆ ไม่มีจุดหมาย ถ้าคนชอบเที่ยวแล้ว การเดินไปเรื่อยๆ ในที่ต่างถิ่น ต่างบ้านต่างเมือง ก็คือการเที่ยวอีกอย่างหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องไปที่สำคัญๆ ก็ได้ ^_^
รอบๆ วัดอาม่า
สวยงามมาก เงียบสงบ คนไม่เยอะเท่าไร เหมาะกับการนั่งพักผ่อน หลังจากเดินมานอน เราเลยมานั่งเล่นตรงนี้สักพัก ใช้เวลาอยู่นานเหมือนกัน :) สักพักก็มีนักท่องเที่ยวคนอื่นเดินมานั่งด้วย
ที่อยู่ : 10 Antonio da Silva Lane เวลาเปิด 10.00 - 18.00 (ปิดวันพุธ และ พฤหัสบดี)
![]() |
| ภาพบน จัตุรัส ลีเลา ภาพล่าง โบสถ์ เซนต์ ลอเรนซ์ |
โบสถ์ เซนต์ ลอเรนซ์ (St. Lawrenc's Church) ถึงแม้จะสร้างมาตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 16 แต่โบสถ์ เซนต์ คอเรนซ์ (St.Lawrence's Church) ที่เห็นในปัจจุบันนี้มาจากการบูรณะในปี 1846 บริเวณรอบๆ โบสถ์เคยเป็นย่่านคนร่ำรวย เห็นได้จากตัวอาคารที่หรูหรา ส่วนภายนอกอาคารนั้นอยู่ในสไตล์นีโอคาสสิคเจือด้วยสไตล์บารอก ที่อยู่ : Rua De Sao Lourenco หลังจากที่นี้ขอแวะะที่พักไปนอนสักหนึ่งชั่วโมง แล้วไปเที่ยวต่อ ^_^
ที่ที่เราจะไปเที่ยวตอนเย็นนี้เป็นอีกฝั่งของเมื่อตอนเช้า เราเดินออกจากโรงแรมไปถนนใหญ่ แล้วเลี้ยวซ้าย แล้วก็เดินไปเรื่อยๆ เจอโรงแรมนี้อยู่ตรงสี่แยก แต่จำไม่ได้ว่าชื่อโรงแรมอะไร เห็นสวยดี




No comments:
Post a Comment