Sunday, November 22, 2015

เกาะล้าน / Koh Larn แบบไปเช้า เย็นกลับ

ทริปเที่ยววันเสาร์อาทิตย์ ส่วนมากจะเป็นทริปที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เท่าไร และ เป็นการเที่ยวแบบไม่มีรถ อาศัยรถประจำทางล้วน ๆ และ เที่ยวแบบประหยัด คนที่ชอบเที่ยวย่อมรู้ดี ในเมื่อเราชอบเที่ยว แต่งบจำกัด ทางออกย่อมมีเสมอ  ป่ะไปเที่ยวกัน และมีความสุขกับมัน :)

ทริปนี้เป็นครั้งแรกที่ไปเกาะล้าน อีกอย่างเราก็คิดไว้หลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่มีโอกาสสักนี้ วันนี้ก็เลยตัดสินใจไปเสียที หลังจากหาข้อมูลได้นิดหน่อยแล้วก็ตัดสินใจไปเลย ส่วนมากเที่ยวเสาร์อาทิตย์เราไม่ค่อยวางแผนอะไร  วันนี้ตื่นเช้าหน่อย (ก็ถือว่าไม่เช้าน่ะ เหมือนปกติที่ไปทำงาน) หลังจากเตรียมตัวเสร็จก็ออกเดินทางไปอนุเสาวรีย์ชัยเลย ขึ้นรถตู้ข้างๆ ห้างเซ็นจูรี่ คนไม่ค่อยเยอะเท่าไรวันนี้

กระเป๋าพร้อม

เรานั่งรถตู้ไปลงท่าเรือท่าเรือแหลมบาลีฮาย  ค่ารถตู้จากอนุเสาวรีย์ 120 บาท เรานั่งรถรอบ 7.30 โมงเช้า ถึงท่าเรือประมาณ 9.30 โมง หลังจากนั้นก็นั่งเรือต่อไปท่าเรือหน้าบ้าน ค่าเรือ 30 บาท ที่เลือกไปท่าเรือนี้เนื่องจากว่าคนไม่เยอะเท่าไร และมี 7  Eleven 555+

พอเรามาถึงท่าเรือหน้าบ้าน ก็หามอเตอร์ไซค์เช่าแถวนั้นเลย ราคาเดี่ยวกันหมด 200 บาท ต่อราคาแล้วค่ะ แต่เขาไม่ให้ 555 โชคดีมากับเพื่อนหารกันคนละร้อย แล้วน้ำมันเต็มถัง เช่าทั้งวันคืนอีกทีตอนเย็น พอได้มอเตอร์ไซค์แล้วก็หาแผ่นที่นำเที่ยว จริงๆ แล้วเกาะล้านเป็นเกาะเล็ก ไม่จำเป็นต้องมีแผ่นที่ก็ได้ เพราะเส้นทางการเที่ยวในเกาะจะมีป้ายบอกตลอด

เรามารู้จักเกาะล้านกันคร่าวๆ ดีกว่า
เกาะล้าน เป็นเกาะในอ่าวไทย อยู่ในเขตเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ตั้งอยู่ในแนบขนานกับหาดพัทยา ห่างจากชายฝั่งเมืองพัทยาเพียงเจ็ดกิโลเมตร เป็นชายหาดที่นักท่องเที่ยว ชอบมาเล่นกีฬาทางน้ำ เช่น เรือลาก เรือสกี ดำน้ำ ดูปะการัง เหมาะแก่การพักผ่ชอน
ระหว่างทางขี่มอเตอร์ไซค์หยุดจุดชมวิว แล้วถ่ายรูป

หาดที่ชอบมากที่สุดคือ หาดนวล อยู่ทางตอนใต้ของเกาะล้าน เป็นหาดขนาดเล็กยาวประมาณ 250 เมตร เป็นพื้นที่ที่มีกรรมสิทธิ์เป็นของเอกชน สภาพสิ่งแวดล้อมชายหาดเป็นปะการังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ เนื่องจากไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวมากนัก เงียบสงบทะเลใสและสะอาด ก็อย่างที่บอกแหละ ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวมากนัก ความเป็นธรรมชาติก็ยังคงหลงเหลือเยอะ

หาดนวล
ส่วนมากเราใช้เวลาอยู่กับหาดนวลมากกว่า หาดอื่น ๆ นอกนั้นก็ขี่รถไปเรื่อยๆ รอบเกาะ และไปหาดอื่นๆ แค่ผ่านไปดูแต่ไม่ได้ลงเล่นอะไร

หาดที่ไม่ชอบเลยคือ หาดตาแหวน อยู่ทางตอนเหนือของเกาะ เป็นหาดทรายยาวประมาณ 750 เมตร คนเยอะมาก ร้านค้าก็เยอะ หาความเงียบสงบไม่มี เราขี่มอเตอร์ไซค์ มาหาดนี้ เดินแป้ปเดียวก็ไปหาดอื่นต่อ

ต่อไป หาดสังวาลย์ เป็นหาดอีกหาดหนึ่งที่อยู่ติดกับหาดตาแหวนมีความยาว 150 เมตร มีความสงบ จึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวยุโรปที่ชอบนอนอาบแดด หาดสังวาลย์จะสวยงามมากที่สุดในช่วงเดือนธันวาคม - เมษายน

หาดตายาย เป็นชายหาดส่วนตัวที่มีสภาพสงบและร่มรื่น มีน้ำทะเลที่ใส หาดทรายขาวสะอาด ความยาวประมาณ 100 เมตร เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวยุโรปที่ชอบนอนอาบแดด สองฝั่งของชายหาดประกอบไปด้วยหินก้อนใหญ่ เหมาะสมกับนักท่องเที่ยวที่ชอบความเป็นส่วนตัว และในช่วงหน้าหนาวปลายปีต้นไม้บริเวณนั้นจะเปลี่ยนเป็นสีส้มสวยงามมาก

 เสียดายทริปนี้ไม่ได้ถ่ายรูประหว่างขี่มอเตอร์ไซค์ เพราะบริเวณรอบๆ ที่ขี่ไปเป็นธรรมชาติ สวย และงบดีมาก  เดี่ยวค่อยไปใหม่แล้วกัน ทริปของเราส่วนมากไม่เน้นกินเท่าไร :)

หลังจากขี่มอเตอร์ไซค์รอบเกาะ ชมวิว ธรรมชาติที่สวย และเงียบสงบแล้ว ก็ได้เวลาของการกลับ กรุงเทพฯ เสียที เรือรอบสุดท้าย หกโมงเย็น แต่เราออกรอบ ห้าโมงครึ่ง ค่าเรือก็สามสิบบาทเหมือนเดิมพอเรือมาถึงท่าเรือท่าเรือแหลมบาลีฮาย เราก็เดินหารถตู้เพื่อกลับ กรุงเทพฯ วันนี้โชคไม่ดีเท่าไร เจอกรุ๊ปทัวร์ของจีน เยอะมากๆ เสียดัง แถบไม่มีที่เดิน ยืนเต็มถนน เราเดากันว่า กรุ๊ปนี้ น่าจะมากินอาหารเย็นที่น่ี่ บนเรือลำหนึ่ง

เรานั่งรอรถประมาณหนึ่งชั่วโมงเนื่องจากว่ารถติดมาก รถตู้เข้ามาอยาก ครั้งแรกว่าจะนั่งรถสองแถวไปสถานีรถบัสที่พัทยาแล้ว ค่ารถคนละ 50 บาท แต่ไม่เอาดีกว่า สักพักก็ได้ขึ้นรถ ค่ารถกลับ กทม. คนละ หนึ่งร้อยบาท ถึง กทม ประมาณ เกือบสี่ทุ่มเนื่องจากว่ารถติด  สรุปทริปนี้สนุกมาก คุ้มที่มา แล้วเจอกันไหมค่ะ ^_^

ลาก่อนเกาะล้านแล้วเจอกันไหมค่ะ


สรุปค่าใช้จ่ายของทริปนี้
- ค่ารถจากอนุเสาวรีย์ชัย ไปท่าเรือ 120 บาท
- จากท่าเรือ กลับอนุเสวรีย์ชัย 100 บาท (ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม คนล่ะราคา)
- ค่าเรือไปเกาะล้าน 60 บาท ไป - กลับ
- ค่าเชารถมอเตอร์ไซค์ 100 บาท (ราคา 200 บาท หาร 2 คนละ 100) บาท น้ำมันเต็มถัง
- ค่ากิน 200 บาท
รวมทั้งหมด 580 บาท

Thursday, March 12, 2015

เที่ยวบางกระเจ้า (Bangkrachao)

หลายคนยังไม่รู้ว่า บางกระเจ้า คืออะไร , อยู่ที่ไหน และน่าเที่ยวอย่างไร งั้นลองติดตามดูแล้วกันค่ะ บางกระเจ้า เป็นหนึ่งในกิจกรรมการท่องเที่ยวที่มาแรงในยุคนี้ ต้องยกให้การขี่จักรยาน นอกจากได้รับความสนุกจากสถานที่ไปพักผ่อนแล้ว เรายังละเลียดทัวร์ สัมผัสสถานที่นั้นได้ทุกซอกทุกมุมอย่างใกล้ชิด ได้ออกกำลังกายไปควบคู่ ที่สำคัญสุด สามารถท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ไม่สร้างผลประทบให้กับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
ทางเข้าท่าเรือวัดคลองเตยนอก ให้เดินไปในวัดเลย ก็จะเห็นซอกเล็กๆ และร้านค้าเล็กๆ อยู่บริเวณนั้น

บางกระเจ้า อยู่ในเขตจังหวัดสมุทรปราการ มันจึงเป็นทั้งปอดของกรุงเทพและสมุทรปราการ แต่ตำแหน่งที่ตั้งของมันสำคัญต่อย่านกลางเมืองกรุงที่มีคนอยู่กันแน่นมากเป็นพิเศษเพราะทิศทางลมจะพัดผ่านพาอากาศฟอกใหม่จากบางกระเจ้าเข้าสู่เมืองหลวงถึง 9 เดือนต่อปี
เรือหางยาวข้ามฝาก ค่าเรือคนละ 10 บาท ถ้ามีคนเต็มเรือก็ออก

นั่งเรือข้ามฝากไม่ถึงสิบนาทีก็ถึงฝั่ง บางกระเจ้า อำเภอพระประแดง จ.สมุทรปราการ เรือจะออกเมื่อมีคนเต็นเรือถ้าเป็นเรือหางยาว แต่ถ้าเป็นอีกเรือหนึ่ง น่าจะออกเลย เรามีกันประมาณยิ่สิบกว่าๆ
ร้านจักรยานให้เช่า
ร้านจักรยาน ขาประจำ บริการดีมาก ถ้าจักรยานเสียไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของบ้างกระเจ้า โทรบอกเขาได้เลย เดี่ยวเขาไปรับกลับ ถ้าเรามาหลายคน โทรบอกเขาล่วงหน้าในวันนั้นเลยก็ได้ ให้เขาเตรียมจักรยานไว้ให้ และอีกอย่างถ้าเราไปบ่อยก็ให้จำจักรยานประจำของเราไว้เลย เดี่ยวเขาจัดไว้ให้

วันนี้อากาศดีมาก ไม่ร้อนมาก และฝนไม่ตก เราออกเดินทางประมาณ สิบโมงครึ่ง อากาศกำหลังดี ภาวนาในใจขออย่าให้ฝนตก :) พอขึ้นจากท่าก็เจอร้านให้เช่าจักรยาน ซึ่งเขามีจักรยานให้เลือกเยอะ ค่าเช่าคันละ 100 บาท ทั้งวัน และมีแผ่นที่ให้ด้วย เลือกจักรยานได้ตามใจชอบ แล้วอย่าลืม ลองขี่ดูก่อนน่ะ ว่าดีหรือไม่อย่างไร เพราะเราจะใช้เวลาทั้งวันกับจักรยานคันนี้ 
พิพิธภัณฑ์ปลากัด (Siamese Fighting  Fish Gallery)
หลังจากเช่าจักรยานเรียบร้อยแล้วที่แรกที่ไปคือ พิพิธภัณฑ์ปลากัด ไม่เสียเข้าชม ฟรี ทั้งคนไทยและต่างชาติ  แแต่เข้ามีสมุดผู้เข้าชมให้เราเขียนชื่อทางประตูเข้า ข้างในพิพิธภัณฑ์ปลากัด ซึ่งมีปลาหลากหลายรูปแบบให้ดู ที่นี้ยังมีร้านกาแฟ ให้ดื่มเล่นๆ อีกด้วย ห้องน้ำก็สะอาดดี คนที่นี้ ยิ้มแย้มแจ่มใจดีคะ เราอยู่กันที่นี้ประมาณ 30 นาทีค่ะ

ทางปั่นในซอยเพชรหึงษ์ 
เส้นทางการปั่นของพวกเรา ไม่มี แต่ถ้าเราเห็นซอยเล็ก มันดูแล้วน่าสนใจพวกเราก็เข้าไปเลย บางคนอาจปั่นไม่ได้ เพราะเป็นครั้งแรกของการปั่นแบบนี้ ก็จูงเอา ซึ่งสนุกมาก มันเป็นที่น่าตื้นเต้นของแต่ละคน บางคนก็หยุดถ่ายรูปบ้าง หยุดชมวิวบ้าง
ในสวน
แต่ละคนตอนถ่ายรูปโพสต์ท่าดูดีกันทุกคน และเวลาปั่นแล้วคนละเรื่องกัน 5555 วันนี้มีคนตกคลองด้วยหนึ่งคน เนื่องจากว่าเขามัวแต่คุย แล้วก้มยิมกระเป๋าด้านหน้าจักรยาน แต่ไม่เป็นอะไรมาก แค่กล้องถ่ายรูปตกน้ำแล้วใช้ไม่ได้ พวกเราปั่นเข้าๆ ออก อยู่ในทางแบบนี้ประมาณ สองชั่วโมงก็ปั่นไปทานอาหารกลางวันที่ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง
ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง
ตลาดน้ำบางผึ้ง เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่จัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวของตำบลบางน้ำผึ้ง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการจัดตั้งขึ้นโดย ความร่วมมือของชาวบ้านร่วมกับผู้นำท้องถิ่น และ อบต.บางน้ำผึ้ง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และสนับสนุนให้ชาวบ้าน มีรายได้จาก การนำผลผลิตในท้องถิ่นของตนเองมาจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้และก่อให้เกิดการสร้างงานภายในชุมชน ส่งผลทำให้ชุมชน เข้มแข็งมากขึ้นจะมีเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์เริ่มเปิดตลาดประมาณแปดโมงเช้าเป็นต้นไปจนถึงเย็น ๆ เป็นตลาดน้ำที่ใกล้กรุงเทพ
บ้านธูปหอมสมุนไพร
บ้านธูปหอมสมุนไพร เป็นแหล่งผลิตธูปหอม  ซอยเพชรหึงษ์ 52  เปิดบริการทุกวัน โดยกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบางน้ำผึ้ง ที่ใช้วัตถุดิบ จากสมุนไพรในท้องถิ่น ทั้งตะไคร้หอม ใบสะเดา มะกรูด โดยคุณสมบัติสามารถใช้จุดไล่ยุงได้และมีกลิ่นหอมสมุนไพร บรรยากาศภายใน ร่มรื่น น่าพักผ่อน มีธูปหอมมีหลากสีให้เลือกและซื้อหาไปเป็นของฝาก รวมถึงมีการอบรมวิชาชีพเช่น ทำผ้ามัดย้อม ทำธูปหอมไล่ยุง ซึ่งหากมาเป็นหมู่คณะต้องแจ้งล่วงหน้า 1 วัน  โดยคิดค่าเรียนคนละ 60 บาท ต่อคนและต่อคอร์ส

เจ้าของบ้านดีมาก มีมนุษย์สัมพันธ์ดี ตอนรับทุกคน ถึงจะไม่ได้เป็นลูกค้าก็ตาม เราก็สามารถไปเดินเล่นหรือสอบถามข้อมูลต่างๆ ได้ 
Bangkok Tree House
หลังจากบ้านธูปสมุนไรพ แล้วพวกเราก็ปั่นไปต่อที่ Bangkok Tree House ซึ่งสวยงามอย่างที่คาดคิด ห้องน้ำสะอาด บรรยากาศร่มรื่นดี และที่สำคัญพนักงานที่นี้อัธยาศัยดีมาก ยิ้มแย้มแจ่มใส ตลอด ถ้าถามอะไรน้องๆ เขาก็ยินดีให้คำตอบเสมอ :) Bangkok Tree House” บ้านหลังเล็กที่พร้อมต้อนรับผู้คนที่อยากมาหลบร้อนมานอนพัก ท่ามกลางต้นไม้สีเขียวที่รายล้อม สายน้ำพัดเอื่อยที่โอบอุ้มความรู้สึกเหนื่อยหน่าย วุ่นวายของเมืองกรุงให้เจือจางลงไป ขอเรียกอย่างเต็มปากเต็มคำเลยว่า ที่นี่คือ “โอเอซิส” ของกรุงเทพฯ หลายคนชอบที่นี้
หลังจาก Bangkok tree house เราก็ปั่นจักรยานกลับกัน เพื่อไป สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ต่อ ซึ่งระหว่างทาง พวกเราก็ลัดเลาะ ไปตามทางเล็กๆ ไปเรื่อยๆ ต้นไม้ร่วมรืน ทำให้ลืมความวุ่นวายใน กรุงเทพฯ ไปได้เลย การปั่นครั้งนี้ นอกจากจะได้ชื่นชมธรรมชาติอันสวยงามรอบๆ แล้ว เรายังได้มิตรภาพ กับคนที่ร่วมทริปกับเราด้วย ซึ่งแต่ละคนก็มีความสุขกับการได้มาครั้งนี้ หลายคน บอกว่าจะมาอีกแน่ๆ 
สวนนครศรีเขื่อนขันธ์
สวนศรีนครเขื่อนขันธุ์ จัดเป็นสวนสาธารณะที่พักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกายสำหรับประชาชนและเป็นที่ศึกษาระบบนิเวศน์ของพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ในท้องถิ่นและพื้นที่ใกล้เคียง มี 2 ส่วน สวนสาธารณะที่ปรับปรุงจากพื้นที่สวน จัดทำเป็นสนามหญ้า และปลูกไม้ดอกไม้ประดับอย่างสวยงาม มีสระน้ำขนาดใหญ่ มีศาลาริมน้ำให้นั่งพักผ่อน สภาพพื้นที่ท้องร่องสวน โดยมีสะพานไม้หรือบอร์ดวอล์คทอดยาวออกไปให้เดินชมบรรยากาศที่ร่มรื่น ลักษณะของสวนเป็นการผสมผสานของสวนสาธารณะที่มีการจัดสภาพภูมิทัศน์ให้สวยงาม ประกอบด้วยพันธุ์ไม้น้ำ หลังจากพวกเราปั่นในนี้ประมาณครึ่งชั่วโมง ก็เกือบหกโมงเย็นแล้ว ได้เวลากลับบ้านกัน :) หวังว่าเพื่อนๆ ที่อ่านจะสนุกกับพวกเรา
การเดินทางไปบางกระเจ้า เริ่มต้นจาก รถไฟใต้ดิน สถานีคลองเตย ทางออกที่ 2 หลังจากนั้นก็นั่งแท็กซี่ไป ท่าเรือคลองเตย (ท่าวัดคลองเตยนอก) ค่ารถแท็กซี่ประมาณ 50 บาท พอถึงท่าเรือแล้วก็นั่งเรือข้ามฝากไปฝั่งบางกระเจ้า ค่าเรือข้ามฝาก ถ้าเป็นเรือหางยาว 10 บาท อีกเรือหนึ่ง 5 บาท (รับส่งไปท่าอื่นด้วย) แล้วแต่จังหวะว่าเรือประเภทไหนจอดเทียบท่า

สรุปการเที่ยววันนี้ :
- พิพิธภัณฑ์ปลากัด (Siamese fighting fish Gallery)
- ตลาดน้ำบางน้ำผึ้น (Bang numpueng Floating Market)
- บ้านธูปสมุนไพร (Herbal Joss stick house)
- Bangkok tree house
- สวนนครศรีเขื่อนขันธ์

แล้วเจอกันไหมค่ะ