Wednesday, February 20, 2013

ตอนสุดท้าย เที่ยวพม่า ย่างกุ้ง - พุกาม - มัณฑะเลย์ ถึง ไจโท

บทความก่อนหน้านั้น
ขั้นตอนการเตรียมตัว
ตอนที่ 1 ย่างกุ้ง (Yangoon)
ตอนที่ 2 พุกาม (Bagan)
ตอนที่ 3(2) มัณฑะเลย์ (Mandalay)
ตอนที่ 3(1) มัณฑะเลย์ (Mandalay)
ตอนที่ 3(3) มัณฑะเลย์ (Mandalay)
ตอนที่ 4 พระธาตูอินทร์แขวน

วันที่ 17-18 พฤศจิกายน 2555

การวางแผนเที่ยวันนี้คือ ไปดูพระอินทร์แขวน เพราะตั้งใจไว้ว่าจะไปเมื่อวานแต่ไม่ทัน หลังจากนั้นก็ค่อยเดินทางไปย่างกุ้งแล้วบินกลับในวันถัดไป

วันนี้เราตื่นเช้าเพราะวางแผนจะไปพระอินทร์แขวน ที่เราพักกันมีอาหารเช้าให้ด้วย ขนมปัง+ไขดาว และ กาแฟ( ที่พม่านี้จะไม่ค่อยมีกาแฟสดดื่ม ส่วนมากเป็นพวกทรี อิน วัน) ขนมปังที่พม่านี้ สู่ลาวไม่ได้ ที่ลาวอร่อยกว่าเยอะ นั่งรถไปพระธาตุอินทร์แขวน ไป - กลับ 3,000 จ๊าค

รถที่นั่งไปพระธาตุอินทร์แขวนจาก Kimpun Camp
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ เรากับเพื่อนก็ไปรอขึ้นรถขนหมู เพื่อเดินทางไปพระธาตุอินทร์แขวน สถานที่ขึ้นรถอยู่ข้างกับที่เราพัก สามารถเดินไปได้แค่ไม่กี่นาที คนเยอะมาก ส่วนมากขึ้นพื้นเมือง ที่จอดรถมีประมาณสี่ห้าที่ แต่ใช้ว่าเราจะขึ้นได้ทุกจุดจอดรถ เพราะเรากับเพื่อนลองมาแล้ว เข้าเอาไว้ให้คนพื้นที่ขึ้น ส่วนนักท่องเที่ยวเขาให้ไปขึ้นอีกคัน ซึ่งน่าจะเป็นคันเฉพาะนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ นั่งรถบรรทุกหกล้อเดินทางสู่จุดเดินเท้า (ระยะทาง 8 กิโลเมตร) ใช้เวลาอีกครึ่งชั่วโมง

เส้นทางขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน
บางท่านซ์้อไม้เท้าอันล่ะ 1,500 จ๊าค บริเวณนั้น เพื่อใช้ค้ำในการเดินขึ้นและลง ทำให้ไม่เหนื่อยมากหนัก และช่วยในการพยุงตัวได้ดีด้วย


ที่นี้มีบริการแบกคนขึ้นเขา ค่านั่งเสลี่ยงประมาณ 700-800 บาทค่ะ
ส่วนมากคนพื้นเมือง, คนเกาหลี, ญี่ปุ่น จะใช้บริการซะมากกว่า ส่วนนักท่องเที่ยวชาติอื่นไม่ค่อยเห็น ส่วนฝรั่งลืมไปได้เลย ไม่เห็นคนใช้บริการนี้ ปัญหาของการนั่งเสลี่ยงก็มีบ่อยค่ะ คือว่าระหว่างทางที่นั่งเสลี่ยง คนหามก็พยายามให้เราซื้อโค้ก หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นให้ โดยบอกว่าหิวน้ำบ้าง ถ้าเราไม่ซื้อก็แกล้งเดินแบบเหวี่ยงๆให้หวาดเสียวหน่อย แต่พอเราซื้อให้ก็ต้องซื้อให้ทั้ง 4 คน หลังจากนั้นเขาก็จะเอามาแลกคืนที่ร้านค้าที่เขาซื้อนั่นแหละ พอขึ้นไปถึงข้างบนก็จะขอทิปอีก ถ้าไม่ให้ก็ไม่ยอมไป แบบว่าต้องเอาให้ได้  ระหว่างหน่อยละกันค่ะ

ร้านค้าระหว่างทาง
ถ้าคนเดินขึ้นเขา จะมีร้านขายมะพร้าวประเภทนี้มีตลอดระหว่างทาง และจุดพัก (แต่ไม่รู้จะขายได้หรือเปล่า ส่วนมากนักท่องเที่ยวจะเดินผ่านไป

เส้นทางเดินเท้าสู่พระธาตุอินทร์แขวน ระยะทาง 2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 1 ชั่วโมงค่ะ หากว่านั่งเสลี่ยง ก็ใช้เวลาประมาณ 40 นาที เส้นทางเดินเท้าสู่พระธาตุอินทร์แขวน เป็นถนนแบบคอนกรีต เดินแบบสบาย แต่ชันสักหน่อย มีที่หยุดพักตลอดเส้นทาง สองข้างทางก็จะผ่านบ้านชาวบ้านและช่วงสุดท้ายก็จะเดินตามถนนก็ได้หรือเลือกเดินทางลัดก็ได้ โดยผ่านบ้านชาวบ้าน ระยะทางประมาณ 200 เมตรคะ ส่วนเราเลือกเดินทางลัด เพราะได้ดูอะไรหลาย ๆ อย่างบริเวณนี้ด้วย

บริเวณ The Golden Rock
พระธาตุอินแขวน (kyaikhtiyo) อยู่เมืองไจ้ก์โถ่ อ.สะเทิม เขตรัฐมอญของพม่า บนยอดเขา Paung Laung เหนือระดับน้ำทะเล3,615ฟุต มีความเชื่อมาแต่ครั้งโบราณว่า พระอินทร์ได้เสด็จลงมาจากสรวงสวรรค์เพื่อนำพระธาตุมาวางไว้ที่ยอดผา เพื่อให้ผู้คนได้มาเคารพสักการะ เจดีย์นี้ตั้งอยู่ในเมืองไจก์โท่ ที่อยู่ห่างจาก เมืองพะโคไปทางเหนือ70กม องค์เจดีย์มีขนาดเล็ก เป็นก้อนหินสีทองขนาดใหญ่สูง5.5ม ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่ เหมือนจะหล่นและท้าทายแรงดึงดูดของโลกโดยไม่ตกลงมาอย่างเหลือเชื่อ นับเป็น1ใน5มหาบูชาสถานสูงสุดของพุทธศาสนิกชนชาวพม่า

The Golden Rock
ไจ้ก์ทิโย (Kyaikhtiyo) ในภาษามอญ หมายความว่า หินรูปหัวฤๅษี โดยมีตำนานเล่าขานกันในสมัยพุทธกาล 
ตำนานที่ 1 เล่าว่า ฤาษีติสสะผู้หนึ่งได้รับพระเกศาจากพระพุทธเจ้าที่ได้มอบให้ไว้เป็นตัวแทนพระพุทธองค์ให้ประชาชนสักการะ เมื่อครั้นได้มาแสดงธรรมเทศนา ณ ดินแดนสุวรรณภูมิ ผู้ที่ได้รับมอบพระเกศาต่างก็นำไปบรรจุในสถูปเจดีย์ แต่ว่าฤๅษีติสสะกลับนำไปซ่อนไว้ในมวยผม พอเวลาล่วงเลยถึงคราวที่ฤๅษีติสสะจะต้องละสังขาร โดยมีความตั้งใจจะนำพระเกศาไปบรรจุไว้ในก้อนหินที่มีรูปร่างคล้ายกับศีรษะของตน จึงให้พระอินทร์ช่วยหาก้อนหินที่มีลักษณะเหมือนกับศีรษะ ซึ่งได้มาจากใต้ท้องมหาสมุทร และก็ให้พระอินทร์นำมาวางหรือแขวนไว้บนภูเขาหิน จึงเป็นที่มาของชื่อ "พระธาตุอินทร์แขวน" แต่ชาวพม่าและชาวมอญจะเรียกพระธาตุอินทร์แขวนว่า "ไจก์ทิโย" ซึ่งเป็นภาษามอญ หมายถึง เจดีย์บนหินที่มีรูปร่างคล้ายศีรษะฤๅษี


The Golden Rock

ตำนานที่ 2 เล่าว่า มีฤๅษีองค์หนึ่งซ่อนพระเกศาที่ได้รับมาจากพระพุทธเจ้าเมื่อครั้นมาโปรดสัตว์ในถ้ำไว้ในมวยผมมาเป็นเวลานาน เมื่อใกล้ถึงวาระที่จะต้องละสังขารจึงตัดสินใจมอบพระเกศาให้กับพระเจ้าติสสะ กษัตริย์ผู้ครองนครแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบุตรของลูกศิษย์ที่นำมาฝากให้ฤๅษีช่วยเลี้ยงดูตั้งแต่เล็ก แต่ก่อนอื่นพระเจ้าติสสะต้องหาก้อนหินที่มีลักษณะคล้ายศีรษะของฤๅษี โดยมีพระอินทร์เป็นผู้ช่วยค้นหาจากใต้สมุทรนำมาวางไว้ที่หน้าผา

บริเวณ The Golden Rock

ประตูทางเข้า และต้องถอดร้องเท้าด้วย
วิวบนนี้สวยงามมาก เราอยู่บนนี้ประมาณหนึ่ง ถึง สองชั่วโมงก็เดินทางกลับ เพื่อให้ทันรถ รอบบ่ายสอง เพราะไม่อยากไปถึงย่างกุ้งดึก การเดินทางลงจากเขา จะเร็วกว่าเดินขึ้น และไม่เหนื่อยมาก พอถึงที่พักเราก็พากันเช็คเอ้า กินอาหารเที่ยง แล้วเตรียมตัวนั่งรอบ่ายสองโมง

The Golden Rock


เดินทางถึงย่างกุ้ง ปัญหาอีกอย่างคือ ไม่มีเงินพอจ่ายค่าโรงแรมและไม่รู้จะไปไหนดี ถ้าจะไปนอนสนามบิน เราก็ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับว่าสามารถอยู่ที่นั้นได้หรือเปล่า เพราะเขาพึงเปิดประเทศไม่อยากเสี่ยง ตอนนี้มีเงินเหลือแค่ประมณ 10,000 จ๊าค ไอ้เพือนเราก็ไม่มีเงินจ๊าคเหรือซะด้วย จะทำไงดีล่ะ เรา เพราะมาถึงก็มืดแล้ว  ตอนนั้นคิดไม่ตก แต่มีสองความคิดคือไปย่านสุเหร่ แล้วหาตลาดมืดแลกเงิน เพราะจำได้ตอนมาถึงย่างกุ้งครั้งแรกมีบริเวณเยอะ  ความคิดที่สองคือไปที่ที่เราเคยพักแล้วถามว่ามีใครที่จะไปประเทศไทย ประเทศถัดไปหรือเปล่า แล้วขอแลกกับเขา

ในที่สุดเราสองคนก็นั่งแท็กซี่จากท่ารถมาย่านสุเหร่ ค่าแท็กซี่ 8,000 จ๊าค แต่ไม่มีใครรับแลกเงินสักคนบริเวณนี้ หรือเป็นเพราะว่ามันเย็นแล้ว เพื่อนเราเลยถามคนแถวนั้น เผอิญเจอผู้หญิงใจดีและอัธยาศัยดี เขาบอกแนะนำและพาไป เขารู้จักสองสามคน เขาเลือกคนที่ให้ราคาดีที่สุด แต่อีกนั้นแหละ เขาก็ยังไม่มันใจว่าคนแลกจะอยู่หรือเปล่า

แต่โชคดดีที่เราเจอคนที่ทำงานใน Okinawa เขากำลังเลิกงานและเดินกลับบ้าน แต่เขาจำเราได้ ก็เลยยิ้มให้กันแล้วถามเขา น้องเขาก็บอกให้ไปแลกที่ โรงแรมเซ็นทรัล ที่นี้รับแลกตลอด 24 ชั่วโมง รับแลกเงินทุกสกุลเงิน  และอยู่ไม่ใกล้จากที่นี้ด้วยเดินข้ามถนนไปประมาณ 10 นาทีก็ถึงนับว่าโชคดีแท้ ที่นี้เราสามารถแลกเงินไทยเป็นเงินจ๊าคอัตราอาจไม่ดีเท่าไร แต่ก็ดีกว่าไม่มี 23 จ๊าค ต่อ 1 บาท

หลังจากมีเงินเรียบร้อยก็เดินหาโรงแรม อันดับแรกคือ OKinawa GH แต่ก็เต็ม เราเดินหาบริเวณแถวนั้นประมาณ 4-5 ที่ แต่เต็มหมด มีที่หนึ่งยังไม่เต็มแต่ค่าห้อง 200 ดอลลาร์ แพงมาก ๆ  เจอต่างชาติหลายคน ถามว่ารู้จักที่พักที่ไม่แพงไหม หลายคนก็บอกมีทุกที่จะเต็มหมดหาไม่ค่อยได้ แต่มีที่หนึ่งไม่ค่อยสะอาดเท่าไร เขาบอกอย่างนั้น เราก็ส่งเพื่อนไปดูก่อน เพราะไม่อยากขึ้นไป เพื่อนเรามันก็บอกว่าโอเคน่ะห้องพออยู่ได้ แหละอีกอย่าง สองสามทุ่มแล้ว เราสองคนก็เลยตัดสินใจพักที่นี้ Mahabandoola Guest House ค่าห้อง 10 ดอลลาร์ต่อคืน ห้องน้ำรวม ไม่มีอาหารเช้า  หลังจากได้ที่พักแล้วก็อาบน้ำเตรียมตัวไปหาอะไรทาน ตรงที่พักมีบาร์เล็กอยู่ ลูกค้าเต็มร้านส่วนมากฝรั่ง แล้วค่อยกลับไปนอน เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า เพื่อเดินทางกลับ กทม. เที่ยวบินเช้าสุด

                                         ร้านอาหาร+กาแฟ ในสนามบินหลังจากผ่าน ตม.แล้ว
ที่สนามบินย่างกุ้ง จะไม่มีร้านอาหารเลยสักร้าน มีแต่ความว่างเปล่า ถ้าใครคิดที่จะมาที่นี้ก่อนเวลาหลายชั่วโมงแล้วหาอะไรกิน ขอเตือนอย่าดีกว่า เพราะมันไม่มีจริง ๆ ณ เดือนพฤศจิกายน 2555  บางทีในอนาคตอาจไม่แน่ แต่ถ้าคนเช็คอิน แล้ว ผ่าน ด่าน ตม. จะมีร้านอาหารอยู่ข้างในหลายร้าน

ในที่สุดก็เดินทางถึงเมืองไทยแล้วค่ะ ประมาณ เก้าโมงกว่า เจอกันทริปหน้าน่ะค่ะ ^_^

สรุปค่าใช้จ่ายวันที่ 17 พฤศจิกายน 2555
- ค่ารถไปพระธาตุอินทร์แขวน ไป - กลับ 3,000 จ๊าค
- ซื้อเครื่องดื่มกระทิงแดง 2 ขวด 1,800 จ๊าค
- ค่าตั๋วเข้าชม The Golden Rock 5,000 จ๊าค
- ค่ารถบัสไปย่างกุ้ง 7,000 จ๊าค
- ค่าอาหาร 9,350 จ๊าค
- ค่าห้อง 4,200 จ๊าค
รวมทั้งสิ้น 30,350 จ๊าค


สรุปค่าใช้จ่าย 18 พฤจิกายน 2555
- ค่ารถไปสนามบิน 2,500 จ๊าค (หารกับคนที่พักที่เดียวกัน)
- ค่าอาหารเช้า+กาแฟที่สนามบิน 5,000 จ๊าค
รวมทั้งสิ้น 7,500 จ๊าค


No comments:

Post a Comment