Sunday, November 25, 2012

ตอนที่ 2 เที่ยวพม่า ย่างกุ้ง - พุกาม - มัณฑะเลย์ ถึง ไจโท

บทความก่อนหน้านั้น
ตอนที่ 1 ย่างกุ้ง ( Yangoon)

วันที่ 12 พฤศจิกายน 2555

ตอนที่ 2 นี่จะเป็นการตะลุยพุกาม หลังจากเมื่อวานเราเที่ยวกันทุกที่ที่เราอยากไปกันใน ย่างกุ้งแล้ว วันนี้ก็ไม่มีอะไรมาก นอกจากเดินเด่นไปเรื่อย ๆ หาอาหารอร่อย ๆ กินกัน :) ร้านอาหารที่อร่อย ราคาถูก สะอาด และมีเมนู ภาษาอังกฤษ คือ ร้าน 999 Shan Noodle ข้าวขาหมูอร่อยมาก ๆ ค่ะ 

ลืมบอกไป เราซื้อตั๋วไปพุกามเมื่อวานรอบ 6 โมงเย็น ในราคา 15, 000 จ๊าค  ถึงพุกามประมาณ 4 โมงเช้า  แต่เราจะต้องไปสถานี่ขนส่ง อ๋องมินกาลา ประมาณ 3 โมงเย็น เพราะบางทีรถอาจติด ( แท็กซี่บอก) แหละก็เป็นจริงเช่นนั้น

New Wave Guest House
ในที่สุดก็ไดที่พักหลังจากหามาหลายที่  เราพักอยู่ที่New Waveราคา 17 ดอลลาร์ต่อคืน ห้องพัดลม  ห้องน้ำ รวม อยุ่ในย่าน Nyaung U เราคุยกับคนต่างชาติที่พักที่นี่ เขาบอกว่าช่วงนี้หายากมาก ทุกที่เต็มหมด ขนาดเมื่อวานยังมีคนนอนข้างนอกเลย ยกเว้นที่ราคาแพงยังมีอยู่ ไอ้เราก็มีงบประมาณในการพักแต่ละพื้นที่ ที่แพง ๆ ลืมไปได้เลย :)

ร้านอาหารริมทางในพุกาม ตรงข้ามที่พัก 
หลังจากเช็คอินแล้วก็หาอะไรกินแถวนี่หลังจากท้องอิ่ม ก็เริ่มลุย ครั้งแรกเราวางแผนว่าจะเช่ารถม้า ครึ่งวัน และ จักรยานครึ่งวัน แต่พอถามราคาแล้ว ขอเช่าจักรยานดีว่า เนื่องจากว่า รถม้าเต็มวัน 15,000 จ๊าค ครึ่งวัน 12,000 จ๊าค ส่วนรถจักรยาน 1,500 จ๊าค ทั้งวัน ถูกกว่าเยอะเลย

พอทุกอย่างพร้อม ทั้งรถ ( จักรยาน) ท้องอิ่ม  เราก็ไป Old Bagan เป้าหมายของเราคือ เจดีย์อนันดา(Ananda Phaya) และ เจดีย์มนูหะ แต่ในระหว่างทางก็แวะถ่ายรูปไปเรื่อย ๆ

ในที่สุดเราก็มาถึงจุดหมาย เจดีย์อนันดา (Ananda Pagoda) ค่าตั๋วเข้าชม 10 ดอลลาร์
ซึ่ีงใช่เที่ยวได้อาทิตย์หนึ่ง รวมเจดีย์ต่างบริเวณพุกามด้วย แต่ถ้าเราไม่มีเงินดอลลาร์ เราสามารถจ่ายเป็นเงินจ๊าคได้ แต่จะเสียเปรียบอย่างมาก ถ้าจ่ายเป็นเงินจ๊าคจะเป็น 10,000 จ๊าค

เจดีย์อนันดา ( Ananda Pagoda) เจดีย์อนันดาสร้างขึ้นโดยกษัตริย์จันสิทธะ (King  Kyanzittha)  เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนภูเขา นันทมูล (Nandamula) บนเทือกเขาหิมาลัยอันเนื่องมาจากการจาริกแสวงบุญมายังดินแดนพุกามของพระอรหันต์ 5 รูปเหล่าพระอรหันต์ได้ทูลเล่าถึงลักษณะวัดในอิเดียถวายพระเจ้าจันสิทธะ  พระองค์ทรงพอพระทัยมาก  จึงได้ดำรัสให้ก่อสร้างวัดขึ้นตามลักษณะที่เหล่าพระอรหันต์ได้พรรณา  แล้วตั้งชื่อว่าวัดอนันดา  ตามชื่อถ้ำที่พระอรหันต์ทั้ง 5 องค์อาศัยอยู่
เจดีย์อนันดานี้ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นเพชรเม็ดงามแห่งสถาปัตย์ของพุกาม  เพราะถือว่าเป็นสุดยอดพุทธศิลป์สกุลพุกาม   ตัววิหารทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่ใหญ่โตสง่างาม  มีมุขเด็จยื่นออกไปทั้งสี่ด้าน  หากดูตามผังลักษณะจะเหมือนกับไม้กางเขนแบบกรีก  ภายในวิหารมีพระพุทธรูปยืนที่แกะสลักด้วยไม้สัก  ประดิษฐานอยู่ทั้งสี่ทิศ  ผลงานฝีมือของช่างพม่าชั้นสูงที่ทำช่องให้แสงส่องสว่างเฉพาะองค์พระพุทธรูปซึ่งพระพักตร์ของพระองค์นั้นมีรอยยิ้มเปี่ยมเมตตา  สร้างความน่าเลื่อมใสแก่ผู้ไปสักการะ

พระพุทธรูปภายใน
พระพุทธรูปภายใน
บริเวณภายใน
หลังจากอยู่ที่นี้ประมาณหนึ่งชั่วโมง ก็ปั่นไป เจดีย์มนูหะ แต่ไม่ได้เข้าหรอก  แค่ผ่านเฉย ๆ เลยแวะถ่ายรูปมาฝาก
เจดีย์มนูหะ ( Manuha Pagoda)
วิหารมนูหะ (Manuha  Temple) วิหารแห่งนี้สร้างขึ้นโดยพระเจ้ามนูหะ(King Manuha)  กษัตริย์มอญที่ถูกจับตัวมาเป็นเชลยศักดิ์อยู่ที่พุกามพร้อมมเหสี  และพลเมืองมอญอีกว่า 30,000 คน ที่ถูกกวาดต้อน มาเมื่อครั้งที่พระเจ้าอโนรธาตีเมืองสะเทิมได้ใน ปี พ.ศ. 1600 และยึดพระไตรปิฎก 30 ชุดมาไว้ที่พุกาม  การที่พระเจ้ามนูหะทรงสร้างวิหารแห่งนี้ขึ้นก็เพื่อเป็นการถ่ายทอด  และระบายให้ได้รับรู้ถึงความอึดอัดใจ  และความไม่สบายใจที่พระองค์มีต่อการต้องตกเป็นเฉลยเช่นนี้

ภายในวิหาร ประดิษฐานพระพุทธรูปอยู่ 3 องค์ ซึ่งองค์ประธานนั้นมีขนาดมโหฬารบริเวณพระอุระชองพระพุทธรูปมีขนาดโตพองจนรู้สึกได้ถึงความอึดอัดที่ทับถมในจิตใจของพระองค์  หากเดินเข้าไปตามช่องว่างระหว่างวิหารกับพระพุทธรูป  จะพบกับพระพุทธรูปปางไสยาสน์อีก 2 องค์  ซึ่งก็ขนาดใหญ่โตจนทำให้วิหารคับแคบลงไปถนัดตาเช่นกัน

สถานีรถไฟพุกามู
วันนี้มีสิ่งที่สำคัญที่ต้องทำอีกอย่างคือ ซื้อตั๋วรถไฟไปมัณฑะเลย์ ( Mandalay) แล้วสถานทีอยู่ตรงไหนอ่ะ ไหน ๆ ก็พากันเช่ารถจักรยานกันแล้ว ถึบไปซื้อตั๋วรถไฟกันดีกว่า ตอนเย็นค่อยไปเจดีย์ ชเวสิกอง พอศึกษาแผ่นที่กันเสร็จก็เริ่มปั่นไปเลย ถามคนเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่มีใครรู้สักคน บางท่านบอกอีก 3 กม. บางท่านก็ไม่เข้าใจ เราก็ใช้ภาษากายและเสียงเอาเลย บอกว่าปูน ปูน 555 บ้านเราบอกแบบนี่ก็น่าจะรู้ แต่ที่นั้นใช่ได้เฉพาะคนเท่านนั้น

มีเรื่องตลกเล่าให้ฟังระหว่างเดินทางไปสถานนีรถไฟ หลังจากถามคนไปเรื่อย ๆ ก็เจอเรื่องขำ ๆ ของป้าคนหนึ่ง เราก็ถามว่า where's train station ป้าแก ก็ฟังสองสามรอบ อ้อ train train แก่ก็พาเราเดินไป ไอ้เราก็งง มันอยู่แถวนี้เหรอ พยายามมองหารถไฟก็ไม่เจอ เอ๊ะ ไม่เป็นไรเดินตามท่านไป ท่านเป็นคนพื้นเมืองนี้หว่า พอไปถึง ก็ถึงบ้างอ้อ แก่พาไปห้องน้ำ แก่เข้าใจว่า Toilet 555 อันนี้ก็ขำกันใหญ่ ทั้งเรา เพื่อนเรา ป้า และ เพื่อน ๆ ของ ป้า ที่เข้าใจผิดกัน

ในที่สุดก็ลาป้าแก่ไป และถามคนอื่นไปตลอดทาง จนกระทั่งถึงสถานีรถไฟ โอ้มายก๊อด พากันตี้นเต้นมากเลย เราปั่นจักรยาน 3 ชม. กว่าจะมาถึง ท้อก็หลายรอบ แต่ไม่อยากกลับยังไงก็มาแล้ว เพื่อนเรามันวางแผนไว้ว่า ขากลับไม่ขอปั่นเพราะไกลมาก จะหารถแถวนั้นแล้วเอาจักรยานปั่น เราก็บอกไม่ต้องตอนมาเราไม่รู้ มันถึงไกล แต่ตอนกลับเรารู้มันแป๊บเดี่ยว มันก็ไม่ยอม

ร้านขายขนมบนสถานีรถไฟ
พอเดินไปในสถานี ก็เจอคนพม่ายืนต่อแถว เพื่อซื้อตัว ไอ้เพื่อนเราก็ไปต่อแถวต่อ เราบอกให้ไปถามเลยไม่ต้องต่อแถวหรอก เพราะเรามาจอง ไม่ได้มาซื้อเพื่อไปวันนี้ มันก็ยังยืนอยุ่ เรารำคาญก็เลยเดินหน้าไปชะโงกดู เจ้าหน้าที่อีกท่านเห็น เลยได้โอกาสถามเกี่ยวกับการจองตั๋วรถไฟไปมันฑะเลย์พรุ่งนี้ เจ้าหน้าที่เรียกให้เข้าข้างใน เพื่อขอรายละเอียดและ พาสปอร์ต ตั๋วรถไฟราคา 10 ดอลลาร์ รถออก 7.30 น และ ถึง 14.00 น

หลังจากได้ตั๋วรถไฟแล้วก็พากันปั่นจักรยานกลับเนื่องจากเพื่อนไม่สามารถหารถแถวนั้นได้ เราก็แอบดีใจ  เพราะจะได้ปั่นไปต่อที่เจดีย์ชเวสิกอง ซึ่งตอนกลับใช้เวลาแค่ 20 นาทีก็ถึงแล้ว

เจดีย์ชเวสิกอง ( Shwesigon Pagoda) เป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระทันตธาตุของพระพุทธเจ้า สร้างโดยพระเจ้าอโรรธามหาราชพระองค์แรก ผู้รวบรวมชนชาติพม่าเป็นปึกแผ่นได้เป็นครั้งแรกในอาณาจักรพุกามเมื่อ 900 ปีเศษมาแล้ว ภายหลังทรงยกทัพไปตีมอญที่อาณาจักรสุธรรมวดี ได้แล้วทรงกวาดต้อนชาวมอญ ตลอดจนช่างฝีมือ นักปราชญ์ และ ราชบัณฑิตมาที่เมืองพุกาม ทำให้พม่าได้รับอิทธิพงศิลปวัฒนธรรมจากมอญมาโดยไม่รู้ตัว ดังเช่น รูปร่างของเจดีย์ชเวซิกอง ก็มีรูปทรงระฆังคว่ำแบบมอญ ก่อนที่จะมีพุทธศิลป์ สกุลช่างพุกามเกิดขึ้น "ชเวซิกอง" แปลว่า "เจดีย์ที่ตั้งอยู่บนพื้นทราย"


 หลังจากอยุ่ที่ได้สักพัก ก็กลับที่พัก และเตรียมตัวสำหรับโปรแกรมพรุ่งนี้ต่อ

ติดตามได้ใน ตอนที่ 3 มัณฑะเลย์ น่ะค่ะ

1 comment:

  1. ขออนุญาตฝากลิงค์นะคะ
     เล่นคาสิโนบนมือถือ เล่นคาสิโนผ่าน App บน iPad iPhone และ มือถือ ระบบ Android  ที่นี่เลยค่ะ
    https://www.111player.com

    ReplyDelete