Saturday, November 24, 2012

ตอนที่ 1 เที่ยวพม่า - ย่างกุ้ง - พุกาม - มันฑะเลย์ ถึง ไจโท

บทความก่อนหน้านั้น ขั้นตอนการเตรียมตัว

เดินทางไปย่างกุ้ง

เช้าวันที่ 10 พฤศจิกายน 2555 ตื่นแต่เช้านั่งแท็กซี่ไปสนามบินดอนเมือง วันนี้คนเยอะมาก การเช็คอินไม่เคลื่อนไหว เนื่องจากคอมพิวเตอร์มีปัญหา บางท่านเครื่องจะออกอีกครึ่งชั่วโมงยังไม่ได้เช็คอินอีก เราก็ต้องคอยต่อไป ประมาณ 2 ชม. ก็ได้เช็คอิน  หลังจากเช็คอินเสร็จ ก็วิ่งไป ตม. และ ขึ้นเครื่อง เป็นอันเสร็จพิธี เวลาที่ประเทศพม่าช้ากว่าประเทศไทย 30 นาที ยังไงก็อย่าลืมปรับเวลาน่ะค่ะ

ถึงสนามบินย่างกุ้งตามกำหนดหมาย หลังจากนั่นเช็คอิน ผ่านด้าน ตม. ก็แลกเงินที่สนามบินเลย ( อันนี้เป็นสิ่งไม่ควร เพราะเรทไม่ดีเลย)  แต่ด้วยความใจร้อนของเรา และยังใหม่อยุ่ พอเห็นต่าวชาติยื่นรอแถวแลกเยอะ เราก็ตามเขา เรทที่แลกในสนามบินขณะนั้น 1 ดอลลาร์ 844 จ๊าค แต่ถ้าเราแลกในย่านสุเหล่ กับ Black market เราจะได้เรท 1  ดอลลาร์ 900 จ๊าค ซึ่งมีให้แลกมากมายบริเวณนั้น แค่เดินผ่าน เขารู้เราเป็นคนต่างชาติ ก็เดินตามไม่เลิก พยามยามที่จะเสนอราคาให้

อันที่จริงถ้าใครไม่ได้พกเงินดอลลาร์ไป ก็สามารถนำเงินไทยแลกได้ ที่หน้าสนามบิน (แต่เป็น ตลาดมืดน่ะ ) กรณีนี้เกิดขี้นกับเพื่อนเรา เนื่องจาก ไม่ได้แลกเงินดอลลาร์ไป นำเฉพาะเงินไทยไป แท๊กซี่ก็มาถามว่าไปไหน ไปตัวเมืองหรือเปล่า ไอ้เพื่อนเราก็บอกว่า มีที่แลกเงินหรือเปล่า ที่เป็นเงินบาทน่ะ เขาก็บอกมีให้เราเดินตามไป ซึ่งอยู่ในบริเวณรอแท็กซี่นั้นแหละ จะมีป้าคนหนึ่งคอยให้แลก ส่งสัยแกจะพกเงินมาทุกสกุลอ่ะ เพื่อนเราแลกไปนิดหน่อย อัตราอยู่ที่ 1 บาท เท่ากับ 24 บาท (แปลกอ่ะ อัตราแลกเปลี่ยนดีกว่าตลาดมืด ในย่านสุเหล่เสียอีก) บริเวณสุเหร่ 1 บาท เท่ากับ 23 บาท

หลังจากแลกเเงินเรียบร้อยแล้ว ก็เรียกแท็กซี่ไปที่ Okinawa GH ย่านสุเหล่ เขาคิด 10 ดอลลาร์ แต่เราเคยอ่านเจอตามเว็บไซค์อื่น เขาบอกให้ต่อไป 8 ดอลลาร์ เราก็ต่อตั้งนานก็ไม่ได้เสียที เขาบอกว่าราคาเปลี่ยนแล้ว ราคานั้นตอนนี้ไม่ได้แล้ว เราก็ชวนเพื่อนเดินไปที่อื่น ทำเป็นไม่สนใจ ในที่สุดเราก็ได้ในราคา 8 ดอลลาร์

ในที่สุดก็มาถึง Okinawa GH แต่ดันไม่มีห้องว่าง มีว่างแต่ห้องราคา 30 ดอลลาร์ เราก็ถามว่าห้องที่ถูกว่านั้นไม่มีเหรอ เขาบอกไม่มี เราก็เลยเดินออกกับเพื่อน พอเห็นเรากับเพื่อนเดินออก ดันบอกว่ามีออกหนึ่งเขากำลังเช็คเอาค์พอดีราคา 17 ดอลลาร์ ( แหมครั้งแรกบอกไม่มี) บวกอาหารเช้า แต่ห้องน้ำร่วมน่ะ

หลังจากเช็คอินเรียบร้อยก็ไปหาอะไรกิน และ หาอินเตอร์เน็ตใช่ ในที่สุดก็เจอร้านหนึ่งชื่อ  Caffe KSS อยู่ย่านสุเหล่นั้นแหละ
อาหารมื้อแรก คือ ก๋วยเตี๋ยราคา 2,000 จ๊าค หลังจากทองอิ่มแล้ว ก็เดินไปเที่ยว พระเจดีย์สุเหล๋ ซี่งอยุ่ไม่ห่างจากร้านนี้เท่าไหร่

พระเจดีย์ซูเหล่ ( Sule Pagoda) เจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมกลางเมืองย่างกุ้ง สร้างในสมัยที่อังกฤษยังปกครองพม่าอยู่เปรียบเจดีย์ซูเหล่นี้ได้ดังหัวใจของย่างกุ้ง เพราะชาวอังกฤษได้วางผังเมืองให้เจดีย์นี้ เป็นศูนย์กลาง ค่าตั๋วเข้า พระเจดีย์ซูเหล่ 2,000 จ๊าค และมีที่ให้รับฝากร้องเท้าด้วย เขาบอกว่าฟรี แล้วแต่บริจาค พอบริจาคน้อยกว่า 1,000 จ๊าค ก็บอกน้อยไป ( แล้วมันฟรีตรงไหนเนี้ย)


หลังจากอยู่ที่เจดีย์ซูเหล่ ประมาณ 30 นาที ก็นั่งแท็กซี่ไป เจดีย์ชเวดากอง ค่าแท็กซี่ 2,500 จ๊าค


เจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda) "ชเว" คือ ทอง ส่วน "ดากอง" คือชื่อเดิมของเมืองย่างกุ้ง สมัยที่พระเจ้าอลองพญาสถาปนาเมืองเล็กริมฝั่งแม่น้ำแห่งนี้ขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2298 กล่าวกันว่า "ทอง" แห่งมหาเจดีย์มหาศาลกว่าทองในธนาคารแห่งอังกฤษ ซึ่งน้อยคนปฏิเสธความเป็นไปได้ ประวัติความเป็นมาของมหาเจดีย์องค์สำคัญนี้ ที่มีผู้ค้นคว้าและบันทึกไว้อย่างน่าอ่านก็คือ ข้อมูลจากหนังสือ "พม่า" ในชุด "หน้าต่างสู่โลกกว้าง"
 ตามตำนานกว่า 2,500 ปี ของเจดีย์แห่งนี้กล่าวไว้ว่าเป็นที่บรรจุพระเกศาธาตุทั้งแปดเส้นของพระพุทธเจ้า และพระบริโภคเจดีย์ของพระอดีตพระพุทธเจ้าทั้งสามองค์ องค์สถูปหุ้มด้วยทองคำทั้งหมด 8,688 แท่ง แต่ละแท่งมีค่ามากกว่า 400 ยูเอสดอลลาร์ ปลายยอดสถูปประดับด้วยเพชร 5,448 เม็ด ทับทิม นิล และบุษราคัมอีก 2,317 เม็ด มีมรกตเม็ดเขื่องอยู่ตรงกลาง เพื่อรับลำแสงแรกและลำแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ ทั้งหมดนี้ประดับอยู่ด้านบนเหนือฉัตรขนาด 10 เมตร ซึ่งสร้างขึ้นบนไม้หุ้มทองเจ็ดเส้น ประดับด้วยกระดิ่งทองคำ 1,065 ลูก และกระดิ่งเงิน 420 ลูก รอบองค์สถูปรายล้อมไปด้วยสิ่งปลูกสร้างกว่า 100 หลัง มีทั้งสถูปบริวาร วิหารทิศ วิหารราย และศาลาอำนวยการ

 เจดีย์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยพวก บะกัน เรื่องอำนาจ พระเจ้าอโนรธา เคยเสด็จประพาสชเวดากองระหว่างการรบพุ่งทางใต้ในศตวรรษที่ 11 พระเจ้าบญาอู แห่งพะโค ก็ทรงบูรณะเจดีย์แห่งนี้ในปี พ.ศ.1925 และ 50 ปีต่อมา พระเจ้าเบียนยาเกียนก็โปรดให้ยกองค์สถูปให้สูงขึ้นไปถึง 90 เมตร
 ผู้สืบราชบัลลังก์ต่อจาก พระเจ้าเบียนยาเกียน คือ พระนางฉิ่นซอปู้ หรือ นางพญาตะละเจ้าท้าว ได้ทรงสร้างลานและกำแพงล้อมรอบองค์สถูป และพระราชทานทองคำเท่าน้ำหนักพระองค์เอง 40 กิโลกรัม ให้นำไปตีเป็นแผ่นทองหุ้มสถูป เป็นแบบอย่างให้กษัตริย์รุ่นหลัง ๆ ทรงประพฤติปฏิบัติตาม ทั้งนี้เพราะพายุลมฝนในช่วงมรสุมนั้นโหมแรง จนทำให้แผ่นทองคำชำรุดหลุดร่วงลงมาอยู่บ่อย ๆ พระเจ้าธรรมเซดี ผู้สืบราชสมบัติต่อจากพระนางก็ได้ทรงบริจาคทองคำหนักเป็นสี่เท่าของน้ำหนักพระองค์เอง เพื่อบูรณะซ่อมแซมพระเจดีย์ ขอเล่าคร่าว ๆ แค่นี้แล้วกัน :) อ่านเพิ่มเติ่มได้จาก เจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda) ค่าตั๋วเข้าชม 4,500 จ๊าค ( ถ้าไม่อยากฝากร้องเท้าไว้ ก็ถือไปด้วยก็ได้)

หลังจากใช้เวลาอยู่ที่ เจดีย์ชเวดากองประมาณ 2 ชม. ก็พากันไปไหว้พระตาหวานต่อ ค่าแท็กซี่ 2,000 จ๊าค จาก เจดีย์ชเวดากอง ไป พระตาหวาน
พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี หรือพระตาหวาน เป็นพระนอนปางพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ มีความยาวกว่า 70 เมตร เป็นพระนอนที่ใหญ่ที่สุดและมีความงดงามที่สุดของประเทศพม่า ทั้งพระพักตร์และขนตาที่งดงาม ดวงตาของท่านเป็นแก้ว สั่งผลิตมาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะรวมไปถึงพระจีวรที่มีความพริ้วไหวสมจริงและเมื่อเดินมายังปลายสุดพระบาทของพระนอนองค์นี้ ตรงที่พระบาทมีภาพวาดเป็นมิ่งมงคลสูงสุด เพราะประกอบด้วยลายลักษณธรรมจักร ในบริเวณใจกลางฝ่าพระบาทและล้อมด้วย รูปมงคล 108 ประการ ด้านหน้าวัดก็จะมีร้านค้าขายของที่ระลึกมากมาย
หลังจากจบโปรแกรมวันนี้ก็พากันนั่งแท็กซี่กลับย่านสุเหล๋ ค่าแท็กซี่ 2,000 จ๊าค แล้วหาอะไรกินแถวนั้น และจองตั่วรถบัสไป พุกาม คนล่ะ 15,000 จ๊าค ติดต่อตอนต่อไปในพุกาม น่ะค่ะ

2 comments:

  1. Taxi เพื่อไปยังสถานทีีเที่ยวต่างๆ หาเรียกได้ง่ายมั๊ยคะ เหมือนบ้านเราหรือป่าวที่โบกจากตรงจุดไหนก็ได้ หรือว่าเราต้องไปยังจุดจอด taxi ที่เค้าจัดไว้คะ

    แล้วถ้าจะจองตั๋วรถบัสไปพุกาม จองได้ที่ไหนบ้างคะ กำลังจะไปเดือน 7 นี้อ่ะค่ะ ถ้าไม่ลำบาก อยากจะไปเองแบบคุณบ้างอะคะ รบกวนแนะนำก้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

    ReplyDelete
  2. ขอโทษน่ะคะที่ตอบช้า

    แท๊กชี่เรียกง่ายมากค่ะ มีอยู่ทั่วไปในย่างกุ้ง ส่วนรถบัสตอนที่ไปจองจากเกสต์เฮ้าส์ที่พักค่ะ หรือไม่ก็จองได้จากช๊อปทั่วๆ ไปค่ะ

    ขอแนะนำ พม่าเป็นประเทศที่เที่ยวง่าย มากๆ ค่ะไม่มีอะไรมาก แต่ส่วนมากที่พักจะเต็ม อาจจะเป็นเพราะว่ารัฐบาลเขาไม่นิยมให้เกิดโรงแรมใหม่

    ReplyDelete